เงินเดือนนักเตะไม่เข้า สัญญาณเตือนอันตราย

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของทีมในไทยลีคนั้น มองในมุมของการพัฒนาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หากมองอีกมุมหนึ่งการพัฒนาที่เร็วเกินไปอาจจะทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนขึ้นได้ง่าย อย่างเช่นเรื่องของเงินเดือนที่ตอนซื้อตัวอยากได้นักเตะคนนี้ก็เสนอเงินเดือนนักเตะสูงไปแต่จ่ายไม่ไหว สุดท้ายเกิดปัญหาเรื่องของการเงินขึ้นมาจนได้

เงินเดือนไม่เข้า สัญญาณเตือนอันตราย

การที่นักเตะไม่ได้รับเงินเดือนตามที่ตกลงกันไว้แล้วนั้น ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายต่อทีมเลยทีเดียว เพราะนั้นเป็นตัวบอกว่า เหล่าผู้บริหารของทีมนั้น บริหารงานผิดพลาดเรื่องของความสมดุลยเรื่องของรายรับรายจ่ายเสียแล้ว ซึ่งเมื่อเงินเดือนนักเตะและทีมงานไม่ได้ ผลเสียก็จะตามมาเป็นโขยงเลยทีเดียว

นักเตะไม่มีใจ ทำให้ทีมแตกได้ง่าย

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดของการที่เงินเดือนนักเตะไม่เข้าก็คือ สปิริตของทีมจะเสียไป จริงอยู่ว่าการเล่นฟุตบอลนักเตะคงไม่ใช้เงินนำทางแต่เพียงอย่างเดียว แต่การไม่ได้รับเงินก็อาจจะทำให้นักเตะเสียความมั่นใจต่อทีมไป สุดท้ายก็เล่นไม่เต็มที่ หรือร้ายกว่านั้นก็คือ การที่นักเตะแอบไป “รับงาน” มา เพราะไม่มีเงินใช้จึงต้องใช้วิธีนี้เป็นต้น สุดท้ายจริงก็ทำให้ผลงานของทีมเสียไป โอกาสตกชั้นมีสูงมาก แน่นอนว่าการตกชั้นย่อมเสียมากกว่าเงินเดือนที่ค้างนักเตะแน่นอน

การจัดระเบียบเรื่องเงินเดือนนักเตะ

เรื่องของเงินเดือนนักเตะ และผู้จัดการทีมไม่เข้านั้น ถือว่าเป็นปัญหามาหลายทีมแล้ว ซึ่งทางแก้ที่เราขอแนะนำก็คือ ให้ทางไทยลีคมีการตรวจเข้มในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงินของทีมว่าเป็นอย่างไร(ควรตรวจทุก 6 เดือน)หากมีปัญหาจะได้แก้ไขทัน หรือกำหนดเพดานเงินเดือนนักเตะก็ดี ค่าตัวและค่าจ้างจะได้ไม่เฟ้อมาก ยอมรับเลยว่าไม่อยากเห็นทีมไหนก็ตามต้องยุบไปเนื่องจากเงินไม่มีเลยจริงๆ

วิเคราะห์สาเหตุทำไมโปรแกรมไทยลีคไม่คลอดสักที

แฟนบอลไทยหลายคนช่วงนี้อาจจะมีความตื่นเต้นผสมกับความหงุดหงิดกันอยู่บ้างเล็กน้อย ส่วนที่ตื่นเต้นก็คือต่างเฝ้ารอที่จะดูฟุตบอลไทยลีคฤดูกาลหน้าแบบไม่ไหวแล้ว เพราะแต่ละทีมเตรียมตัวกันได้แบบน่าสนใจเหลือเกิน ส่วนความหงุดหงิดก็คือทำไมโปรแกรมไทยลีคยังไม่คลอดออกมาสักที ทั้งๆที่ก็ใกล้จะเปิดวิกกันอยู่แล้ว วันนี้เรามาลองมโนกันว่าทำไมโปรแกรมการแข่งขันมันถึงคลอดยากเย็นเสียเหลือเกิน

การจัดโปรแกรมวันศุกร์

ฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ ส่วนหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ การปรับเปลี่ยนตารางการแข่งขันให้เริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์เลย(เข้าใจว่าเอาตามแบบพรีเมียร์ลีค) ทำให้การกระจายการแข่งมาวันศุกร์นั้นต้องทำให้เท่าเทียมกัน เพราะการแข่งวันศุกร์จะมีผลอย่างมากในกรณีที่ทีมจะต้องมีการแข่งกลางสัปดาห์ด้วย เลยทำให้การออกแบบโปรแกรมจะช้าไปสักหน่อย(แต่ก็ไม่น่าจะนานขนาดนี้ ถ้าไม่ชัวร์ปีนี้ลองวันศุกร์แค่ 3-4 ครั้งแล้วประเมินผลก็พอ)

เรื่องราวของทีมอย่างชัยนาท และอาร์มี่

เรื่องที่สองถือว่าเป็นผลพวงจากความผิดพลาดและอีรุงตุงนังจากฤดูกาลที่แล้ว ที่ท่านนายกได้สั่งปิดลีคไปก่อนนั่นทำให้สถานะของอาร์มี่และชัยนาท มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเลยว่า ตกลงแล้วจะเอายังไงกันแน่ นั่นทำให้คนจัดโปรแกรมก็ไม่กล้าจัดสองทีมนี้ลงทำการแข่งขันไปด้วย สุดท้ายมันก็เลยงงๆอย่างที่เห็นว่า สองทีมนี้ต้องไปเล่นในลีคไหนกันแน่

โปรแกรมของทีมชาติ

เรื่องสุดท้ายที่ดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวแต่ก็สำคัญนั่นก็คือเรื่องของทีมชาติที่ปีนี้ยังต้องลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกครึ่งหลังอีก ถึงแม้ว่าเราจะหมดลุ้นไปแล้ว แต่ก็ต้องลงเตะพร้อมกับทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทีนี้จากปีที่แล้วเรามักจะจัดเวลาสำหรับทีมชาติเยอะเกินไป ทำให้กลายเป็นมาตรฐานไปแล้ว ทีนี้มันก็มาพะวงกับลีคล่ะสิ ว่าในอาทิตย์ที่มีแข่งทีมชาติจะต้องพักกันกี่วัน

ตลาดซื้อขายนักเตะจีน ต้องไวก่อนจะซบเซา

ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าตลาดซื้อขายนักเตะไปสู่ตลาดจีนถือว่ากำลังคึกคักมากๆ เนื่องจากตลาดจีนตอนนี้ต้องการที่จะยกระดับการแข่งขันและคุณภาพของลีคให้สูงขึ้นโดยการนำเข้านักเตะที่ยังอยู่ในวัยที่เล่นได้จากยุโรปไปเล่นให้ เลยไม่แปลกที่บรรดาเอเย่นต์ของนักเตะเริ่มที่เป่าหูให้โยกกไปกินบะหมี่กันแล้ว

การปล่อยนักเตะที่ไม่ใช่ในราคาสูง

หากมองในแง่ของทีมแล้ว การได้ปล่อยนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีม ไม่ว่าจะเป็นเล่นไม่เข้าระบบ แก่เกินไป หรืออะไรก็ตาม การปล่อยไปสู่ลีคจีนแล้วได้ค่าตัวมหาศาลขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มเหมือนกัน ส่วนนักเตะก็จะได้ค่าเหนื่อยระดับมหาศาลอย่างที่อยู่ในยุโรปยังไงก็ไม่ได้ เอาแค่เตเบซ ได้ค่าเหนื่อยวีคละ 600,000 ปอนด์นี่ก็ถือว่าสุดยอดแล้วนะ

ตลาดกำลังรุ่งต้องรีบ

แน่นอนว่าช่วงตลาดกำลังเฟื่องฟูอย่างนี้ ต้องบอกว่า ทีมในยุโรปต้องรีบแล้ว เพราะว่าเมื่อลูกค้าต้องการบวกกับจ่ายไม่อั้นได้อย่างนี้ไม่ค่อยมีบ่อยนัก เมื่อก่อนลีคที่ประเทศอเมริกาก็จ่ายไม่อั้นแบบนี้ แต่ก็มีไม่กี่ดีลเท่านั้นเอง ก็ซบเซาลงไป ทำให้ตอนนี้ถ้าทีมไหนไม่อยากจะตกรถไฟขบวนนี้ต้องรีบก่อนที่จะช้าเกินไป

การกำหนดโควต้าที่ทำให้ตลาดซบ

หลายคนอาจจะมองว่าตอนนี้ ลีคจีนกำลังบูมมาก แต่เอาเข้าจริงตอนนี้ก็เริ่มมีสัญญาณของการควบคุมเพดานค่าตัว และค่าเหนื่อยกันแล้ว นั่นก็คือ การประกาศลดโควต้านักเตะต่างชาติลงมาเหลือลงสนามได้เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น (รวมโควต้าเอเชียแล้ว)รวมถึงทางรัฐบาลเริ่มมีการส่งเสียงเตือนถึงภาวะฟองสบู่แตกในวงการฟุตบอลแล้ว ดังนั้นหากใครที่คิดจะขายใครไปจีนเพื่อทำกำไร ต้องรีบด่วน

เกมไทยลีค เตะวันศุกร์ น่าจะดีแต่ยังไม่ใช่

ไทยลีค 1 วันนี้มีข่าวออกมาอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองว่าดี แต่ส่วนตัวมองว่าอาจจะยังไม่ค่อยเหมาะกับบ้านเราเท่าไร นั่นก็คือ การจัดโปรแกรมการแข่งขัน ให้ลงเตะตั้งแต่วันศุกร์ แน่นอนว่าหากเรามองไปที่เรื่องของการถ่ายทอด และลิขสิทธิ์ น่าจะมีผลมากขึ้น เพราะมีวันเตะมากขึ้น แต่เอาจริงๆมันยังไม่น่าจะใช่คำตอบ

เตะวันศุกร์ เจ้าบ้านอาจจะไม่ได้รายได้

ประเด็นแรกที่อยากจะค้านการเตะวันศุกร์ ก็คือ เรื่องของการขายค่าตั๋วที่น่าจะได้น้อยมากสำหรับเจ้าบ้าน เนื่องจากวันศุกร์เป็นวันทำงาน หากไม่ได้เป็นแฟนบอลในพื้นที่ก็อยากจะนั่งรถมาเข้าสนามได้ทัน ยกตัวอย่างถ้าแฟนบอลบุรีรัมย์ต้องการจะนั่งรถมาดูการแข่งวันศุกร์ช่วงค่ำ เดินทางด้วยรถบัส อย่างน้อยก็ 3-4 ชั่วโมง ต้องออกจากกรุงเทพตั้งแต่ 3 โมงเย็นซึ่งยังไม่เลิกงาน ยังไงก็มาไม่ทัน ทำให้สโมสรเสียรายได้ตรงนี้ไปเยอะ

เตะวันศุกร์เป็นการโหมโรงเท่านั้น

ส่วนเรื่องของความน่าสนใจของเกมการเตะวันศุกร์ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการเตะเพียงไม่กี่คู่ แฟนบอลน่าจะให้ความสนใจมากขึ้น แต่เอาเข้าจริงการเตะวันศุกร์ ก็จะเป็นเพียงแค่การโหมโรงของการเตะฟุตบอลลีคในวันเสาร์ อาทิตย์ เท่านั้นเอง ต้องเป็นคู่ใหญ่จริงๆ ถึงจะดึงความสนใจมาได้ แต่หากเราโยกคู่ใหญ่มาไว้วันศุกร์ แล้ววันเสาร์ อาทิตย์ก็ขาดคู่บิ๊กแมตซ์ไป ซึ่งดูแล้วไม่คุ้มกัน

เตะวันศุกร์ มีผลต่อเกมลีค

การเตะวันศุกร์ถือว่ามีผลต่อการแข่งขันในเกมลีคพอสมควร อีกมุมหนึ่งอาจจะทำให้การแข่งขันสนุกขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบเช่นกัน อย่างเช่นทีมลุ้นแชมป์ที่เล่นก่อนวันศุกร์ หากชนะก็สามารถกดดันทีมที่จะเล่นวันเสาร์ อาทิตย์ได้ แต่อีกมุมหนึ่งใครได้เล่นวันศุกร์ก็มีผลต่อการพักผ่อน และเตรียมทีมด้วยเช่นกัน สรุปว่าวันศุกร์อย่าเพิ่งมีเลย

ข้อดีของการโยกโปรแกรมวันศุกร์

การโยกโปรแกรมการเตะฟุตบอลลีค ให้เริ่มลงเตะตั้งแต่วันศุกร์ที่ไทยลีคกำลังจะทีมตามโมเดลของพรีเมียร์ลีคนั้น ต้องยอมรับว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย คราวที่แล้วเราพูดถึงข้อเสียที่อาจจะตกอยู่กับสโมสรไปแล้ว คราวนี้เราดูข้อดีของการโยกโปรแกรมวันศุกร์กันบ้างว่า มันมีข้อดีอย่างไร

เพิ่มระยะเวลาของกระแสฟุตบอล

ข้อดีอย่างแรกก็คือ การโยกโปรแกรมฟุตบอลไปวันศุกร์จะทำให้ฟุตบอลมีความน่าสนใจมากขึ้น จากที่แต่เดิมกระแสบอลลีคแต่ละสัปดาห์จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันพฤหัส หรือ ศุกร์ เพื่อโหมโรงทีมที่เตะวันเสาร์ อาทิตย์ ก็จะขยับมาเป็นความน่าสนใจกันตั้งแต่วันพุธ วันพฤหัส เลย ยิ่งถ้ามีทีมใหญ่เตะวันศุกร์ด้วยแล้ว เผลอๆมีข่าวออกมาเลี้ยงกระแสกันตั้งแต่วันจันทร์ วันอังคารโน่นเลย ยิ่งถ้าสัปดาห์ไหนมีบอลกลางสัปดาห์ด้วยแล้ว รับรองว่าแฟนบอลเสพข่าวฟุตบอลกันตลอดทั้งสัปดาห์อย่างแน่นอน ฟินกันยาวๆ

เจาะตลาดฟุตบอลจอตู้มากขึ้น

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งในการโยกโปรแกรมมาเตะวันศุกร์ก็คือ การเจาะตลาด และการขายลิขสิทธิ์บอลจอตู้ให้มากขึ้น จากแต่เดิมจะต้องมารอดูวันเสาร์ อาทิตย์ ก็จะเพิ่มตลาดเป็นการดูวันศุกร์ไปด้วย แฟนบอลคนไหนไม่ได้ไปไหน ก็สามารถนั่งชิลๆดูบอลจอตู้อยู่บ้านได้เลยตั้งแต่วันศุกร์ ยิ่งเตะคู่ 18.00 น.ด้วยแล้ว ดูเสร็จก็ต่อด้วยการดูพรีเมียร์ลีคต่อได้เลยยาวๆ

กระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว

การเตะฟุตบอลแต่ละครั้ง เจ้าบ้านอาจจะต้องเสียเปรียบเรื่องของรายได้นิดหน่อยที่แฟนบอลต่างจังหวัดคงตีรถมาดูในสนามไม่ทัน แต่อีกมุมหนึ่ง การเตะวันศุกร์ก็จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้ยาวๆเลย เช่น การไปดูบอลเตะวันศุกร์ แล้วเที่ยวต่อเสาร์ อาทิตย์ ก็มีเงินสะพัดกันไปแบบยาวๆ

คุณสมบัติเด่นของมินทาล คือการขยันวิ่งหาช่อง และการจ่ายบอลได้อย่างเด็ดขาด

Marek Mintal
Marek Mintal

Marek Mintal

เมื่อเร็วๆนี้ มาริโอ้ คัน ตาลุปปี่ ได้ออกมาเตือนเพื่อนร่วมสโมสร เนิร์นแบร์ก ว่า อย่างลืมว่า ทีมของเราไม่ใช่ทีม เอฟซี มินทาล นั่นเพราะว่า คันตาลุปปี้ ไม่อยากให้สโมสร พึ่งพาความสามารถของ มินทาล มากเกิน จนทำอะไรไม่เป็น ยามที่มิดฟิลด์ชาวโลวัก ไม่ได้ลงสนาม มินทาล โดเด่นเหลือเกินในฤดูกาลนี้ จนมีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยักษืใหญ่จากพรีเมียร์ชิพ กำลังต้องการได้ตัวเขาไปเล่นในแอนฟิลด์ ประตูส่วนใหญ่ที่เบิร์นแบร์ก ทำได้ก็มาจากการบันดาลให้ของเขา จนส่งผมให้สตาร์ทีมชาติสโลวาเกียรายนี้ ผงาดนำเป็นดาวซัลโวแห่งศึกบุนเดสลีกาอยู่ นับถึงสิ้นเดือนมีนาคม มินทาล ตะบัน ไปให้ เนิร์นแบร์ก ถึง 21 ประตูเลย ทีเดียว จากประตูที่ทำได้ทั้งหมด 45 เม็ด ส่งผลให้ทีมน้องใหม่ไซส์เล็กๆทีมนี้ งมีความหวังที่จะเอาตัวรอกจากการตกชั้นของประเทศสโลวาเกยประจำปี 2004
คุณสมบัติเด่นของมินทาล คือการขยันวิ่งหาช่อง และการจ่ายบอลได้อย่างเด็ดขาด เพื่อนร่วมทีม เนิร์นแบร์ก ต่างพร้อมใจกันเรียก มินทาล ว่า ไอ้ปีศาจ บ่อยครั้ง มินทาล ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมสักเท่าไหร่นัก แต่จู่ๆเขาก็โผล่ออกมากระทุ้งประตูสุดสำคัญให้ทีม มาเร็ค เป็นเหมือนปรากฏการณ์ โวล์ฟกัง โวล์ฟเทรนเนอร์ เนิร์นแบร์ก ว่า ผมตั้งเป้าอยากเห็นเขาทำได้สัก 10 ประตู ในฤดูกาลนี้ และถึงเวลานี้เขาก็ทำได้ทะลุเป้าแล้ว มินทาล ย้ายสโมสรเอ็มเอส ในสโลวาเกีย บ้านเกิดมาอยู่กับ เนิร์นแบร์ก เมื่อปี 2003และกำลังคั่ววตำแหน่งดาวซัลโวของบุนเดสลีกาอยู่
เพลย์เมกเกอร์จอมถล่มประตูผู้นี้ เคยได้รับรางวัลดาวซัลโวของลีกสโลวาเกียมาแล้วถึงสองสมัย ประตุฤดูกาล ตอนเล่นอยู่กับ ชิลิน่า ขณะที่เมื่อฤดูกาลก่อนตอนที่ เนิร์นแบร์ก เล่นอยู่กับใน ลีกาสองมินทาล ก็นำเป็นดาวซัลโวจากการทำไปเบ็ดเสร็จ 18 ลูก สถิติที่ผ่านๆ มาบอกเอาไว้ว่า ใครยิงประตูในลีกาสอง ได้เยอะ มักจะแผงฤทธิ์ไม่ออกยามโผล่ขึ้นมา

ใครคือคู่แข่งต่อกรที่แข็งแกร่งที่สุดตามความคิดของเซสฟาเบรกาส

เซสฟาเบรกาส
เซสฟาเบรกาส

เซสฟาเบรกาส

ใครคือคู่แข่งต่อกรที่แข็งแกร่งที่สุดตามความคิดของเซสฟาเบรกาส “ผมคิดว่า รอย คีน ก็คงเป็น พอล สโคลส์ เพราะว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงมาก ดังนั้นเมื่อคุณเผชิญหน้ากับพวกเขาจำเป็ฯอย่างยิ่งที่จะต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง และมีสมาธิอย่างมาก ผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักเตะที่สุดยอดเอามากๆ

คุณคิดว่าใครคือนักเตะที่สุดยอดที่สุดในทีมอาร์เซน่อล “ผมคิดว่าทุกคนเป็นนักเตะที่มีความพิเศษทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้เลือกสำหรับผมคงเป็น ปาทริค วิเอร่า เพราะว่าเขาเป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งเดียวกับผม และผมมองว่าเขาคือสุดยอดในตำแหน่งนี้ ส่วน อองรี ก็เป็นสุดยอดของโลกคนหนึ่งเหมือนกัน”

“สำหรับผมคงเป็นโรนัลดินโญ่แต่บางทีก็เลือกยากนะระหว่าง โรนัลดินโญ่ กับ อองรี เพราะว่าแทบจะแยกไม่ออกในเวลาที่พวกเขาอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ” ผมคิดว่าพวกเขามีอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในเรื่องของความทุ่มเทให้กับทีม ดังนั้นพวกเขาน่าจะเก่งพอๆกัน

คุณมักจะพูดอยู่เสมอว่า คุณยึดเอา เปป กวาร์ดิโอล่า เป็นแบบฉบับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นทั้งๆที่บาร์เซโลน่าก็มีนักเตะชั้นยอดอยู่มากมาย อันดับแรกก็คือ เขาเริ่มเล่นให้กับบาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุ 17 และเขาก็คว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในปีที่สุดยอดของเขา ส่วนที่ผมชอบเขาก็เพราะว่า เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อย และผมก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับบาร์เซโลน่า เพราะว่าอยากจะเดินตามรอยเท้าของเขา ผมคิดว่าตัวเองสามารถที่จะเรียนรู้จากการเล่นของเขาได้ ซึ่งผมโชคดีมาก ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเขาและได้ร่วมเล่นกับเขา เขาให้คำแนะนำอย่างมากมายกับผม ซึ่งผมเชื่อว่าเขาคือคนที่นักเตะรุ่นหลังๆ เหมาะที่จะเอาเป็ฯแบบอย่าง

คุณเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเท่าไหร่ คงจะเป็นตอนอายุ 4 ขวบ โดยวันเกิด ผมได้ของขวัญมากมายและหนึ่งในนั้นคือ รองเท้าฟุตบอล และหนึ่งในนั้นคือ รองเท้าฟุตบอล ผมยิงประตูได้ด้วยในการแข่งขันครั้งนั้น ซึ่งทำให้พ่อของผมภูมิใจมาก ผมบอกกับพ่อว่าเป็นเพราะรองเท้าที่พ่อซื้อให้ ทำให้ผมเล่นได้ดีเรียกว่าผมโชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่การลงแข่งครั้งแรกในชีวิตแล้ว”

โกรัน กาฟรานซิช ยอดนักบอลที่ฮึดสู้จนกลายเป็นนักเตะในความทรงจำอีกคน

            แต่แม้ว่า โกรัน กาฟรานซิช จะใช้เวลาหนึ่งถึงห้าปีในโรงเรียนลูกหนังของสโมสรเจ้าของแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ เขากลับไม่เคยได้รับโอกาสเลย แถมตอนอายุ 17 ขวบ ทางสโมสรยังบอกกับเขาว่า เขาไม่มีอนาคตกับทีมอีก

ทำเอากองหลังวัยรุ่น ถึงต้องออกอาการท้อแท้ กระทั่งบอกลาการเล่นฟุตบอลที่ตัวเองรักไปนานถึงสามเดือน

อย่างไรก็ตาม กาฟรานซิชก็ฮึดอีกครั้ง และย้ายข้ามฟากของเมืองไปเล่นให้กับสโมสร คูคาริชกี้ ก่อนค่อยๆสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นทีละเล็กทีละน้อย

ในฤดูกาล 2000-01 กาฟรานซิช สามารถงัดฟอร์มสุดยอดออกมาได้ จน เรด สตาร์ เบลเกรด พยายามที่จะหวนกลับมาเซ็นสัญญากับเขาอีกครั้ง

ทว่า กาฟรานซิช เลือกที่จะหักอกสโมสรที่เคยทำให้เขาอกหัก ด้วยการย้ายออกนอกประเทศ ไปเล่นกับ ดินาโม คัยฟ ในยูเครน เมื่อเดือนมกราคม ปี 2001 แทน

การย้ายตัวครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นการย้ายตัวที่ยอดเยี่ยม สำหรับ กาฟรานซิช

เขาเดินทางมาถึงสโมสรที่ดังที่สุดของประเทศยูเครน โยที่ไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนเลย แต่เพียงปีเดียว กาฟรานซิช ก็กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ ดินาโม เคียฟ ไม่สามารถขาดได้

กาฟรานซิชคว้าแชมป์ลีกของประเทศยูเครนกับ ดินาโม เคียฟ ถึงสามสมัย รวมทั้งได้มีประสบการณ์ในการเล่นบนเวที ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก จนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทำเนียบทีมชาติ เซอร์เบียและมอนเตเนโก ได้อย่างสง่าผ่าเผย

สตาร์วัย 26 ปี เพิ่งจะขยายสัญญากับ ดินาโม เคียฟ ไปหมาดๆ อันจะทำให้เขาอยู่กับสโมสรไปจนกระทั่งปี 2010 เลยทีเดียว

ผมรัก ดินาโม เคียฟ มากเหลือเกิน เขากล่าว หากผมไปจาก ดินาโม เคียฟ ไป ผมจะต้องไปยังสโมสที่ใหญ่กว่า ในลีกที่แข็งแกร่งกว่านี้

ด้วยบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง ทำให้นักวิจารณ์ลูกหนังหลายคนมองว่า กาฟรานซิชมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวขึ้นเป็นกองหลังชั้นนำของทวีปยุโรปได้ ขณะที่ตัวเขาเอง ยังสามารถที่จะดันขึ้นไปเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับได้ด้วย

จุดเด่นของ กาฟรานซิช คือความรวดเร็ว พละกำลังที่เต็มเปี่ยม ทักษะการจับบอลที่นิ่มนวล แข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศรวมไปถึงฟรีคิกอันแม่นยำ

ทุกวันนี้แฟนบอล ดินาโม เคียฟ ไม่มีใครที่จะกล้าตั้งคำถามถึงความสามารถของนักเตะผู้นี้อีกแล้ว

สำหรับแม็คมานามานคงไม่มีอะไรน่าภูมิใจมากไปกว่าการได้แชมป์มาครองอีกแล้ว

แม็คมานามาน
แม็คมานามาน

แม็คมานามาน

อาชีพนักฟุตบอลเป็นงานที่มีรายได้มหาศาล และคงไม่มีอะไรน่าภูมิใจมากไปกว่าการได้แชมป์มาครองอีกแล้ว เพราะมันคือสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณแตกต่างจากนักเตะทั่วไปที่สามารถหาเงินได้ 6-7 ล้านปอนด์ตลอดชีวิตการเล่น บางทีพวกเขาอาจจะมีเสื้อที่แลกจากนักเตะดังๆ ติดอยู่เต็มกำแพงบ้าน แต่มันสำคัญที่ว่าอีกฝ่ายต้องการแลกด้วย หรือเพียงเพราะทนถูกเซ้าซี้ไม่ไหวเท่านั้น

ทุกวันนี้ แม็คมานามานมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว บางทีผมอาจจะไม่มีโอกาสลงเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกแล้วก็เป็นได้ เพราะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ที่ผ่านมา ผมได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล หนึ่งในสโมสรที่ประสบผลสำเร็จสูงสุด และหลังจากนั้นผมก็ลงเล่นให้ รีล มาดริด ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป มันคงไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้วเมื่อมองย้อนกลับไป

แต่ถึงอย่างไร สโมสรที่อยู่ในใจของ แม็คมานามาน มาตลอดเวลากลับไม่ใช่ซิตี้ ,รีล มาดริด หรือแม้แต่ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง ลิเวอร์พูลแต่อย่างไร กลับเป็น เอฟเวอร์ตัน ทีมที่เขาติดตามเชียร์มาตั้งแต่ยังเล็กแทน

หากผมมีลูกชาย ก็คงจะสอนให้เขาโตขึ้นมาในฐานะ เอฟเวอร์ตัน โตเนียน เพราะพวกเขาคือทีมที่ผมเชียร์มาตลอดเมื่อยังเป็นเด็ก

แฟนบอล ลิเวอร์พูลได้ยินแล้วคงจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ผมอาจจะอยากเอาชนะพวกที่เขาให้ได้ทุกครั้งที่ลงเล่นในดาร์บี้แมตช์ แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังเป็นแฟนบอลของพวกเขาอยู่ดี

โวล์ฟบวร์ก หากฤดูกาลหน้าพวกทำให้ทีมเสียประตูน้อยลงได้ บางทีโอกาสลุ้นแชมป์อาจมีโอกาสสูงขึ้น

หากพูดถึงหนึ่งในทีมที่ถือว่าทำผลงานในฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าสนใจ และยังถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้ค่อนข้างเกินความคาดหมายพอสมควรทีมนึงในฤดูกาลนี้นั้น เชื่อว่า คงไม่อาจจะปฏิเสธกันได้แน่นอนหากบอกว่า หนึ่งในนั้นก็คือทีมโวล์ฟบวร์ก อีกหนึ่งทีมแกร่งจากลีกบุนเดสลีกาเยอรมันนั่นเอง เพราะจะเห็นได้ว่า สำหรับฤดูกาลนี้นั้น โวล์ฟบวร์ก ค่อนข้างทำผลงานออกมาได้อย่างดีเกินความคาดหมายจริงๆ เพราะว่าฤดูกาลนี้ พวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในโซนหัวตารางได้อีกครั้ง แถมกำลังจะจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์อีกด้วย

แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องบอกว่า แม้ฤดูกาลนี้โดยรวมนั้น โวล์ฟบวร์ก จะทำผลงานในลีกได้ค่อนข้างดีพอสมควรก็ตาม แต่ทว่าถ้าหากพูดถึงโอกาสลุ้นแชมป์ในลีกนั้น ก็ต้องบอกว่า พวกเขาก็ยังทำได้ไม่ถึงกับดีมากนัก เพราะแม้ฤดูกาลนี้โวล์ฟบวร์ก กำลังจะจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ของลีกได้ก็ตาม แต่ทว่าหากพูดถึงโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้แล้ว โวล์ฟบวร์ก ก็ยังทำผลงานตามหลังทีมแชมป์อย่างบาเยิร์น มิวนิคพอสมควรเลย เพราะจะเห็นได้ว่า แม้จะสามารถคว้าอันดับที่สองของตารางคะแนนได้ แต่พวกเขาก็โดนจ่าฝูงอย่างบาเยิร์นมิวนิคนั้น ทิ้งคะแนนห่างไปพอสมควรเลย ซึ่งเห็นแล้วก็น่าเสียดายเหมือนกัน ที่ฤดูกาลนี้พวกเขาทำผลงานบนเส้นทางลุ้นแชมป์ได้ไม่ถึงกับดีมากนัก แต่ก็ยังคิดว่าพวกเขาก็ยังมีโอกาสที่ไปถึงแชมป์ได้อยู่เหมือนกันสำหรับฤดูกาลหน้า หากว่าฤดูกาลหน้านั้นพวกเขายังคงโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนเดิม และถ้าหากพวกเขาสามารถทำให้ทีมเสียประตูน้อยลงได้ด้วย

สำหรับเหตุผลว่าทำไมนั้น นั่นก็เพราะว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้โวล์ฟบวร์ก ในฤดูกาลนี้ทำผลงานบนเส้นทางลุ้นแชมป์ยังเป็นรองบาเยิร์นมิวนิคนั้น นั่นก็คือ แนวรับของทีมยังเป็นรองบาเยิร์นมิวนิคนั่นเอง นั่นก็เพราะจะเห็นได้ว่า ถ้าหากดูสถิติตัวเลขในตารางคะแนนที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า สิ่งที่โวล์ฟบวร์กยังเป็นรองบาเยิร์นมิวนิคก็คือแนวรับของทีม เพราะโวล์ฟบวร์ก นั้นเสียประตูมากกว่าบาเยิร์นมิวนิค ก็เลยทำให้โอกาสที่พวกเขาจะคว้าสามแต้มสำคัญนั้น เลยลดลงไปด้วย แต่ทว่าสำหรับในส่วนของแนวรุกนั้น ต้องบอกว่า โวล์ฟบวร์ก กลับทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว เพราะจำนวนประตูที่ทีมทำได้นั้น แทบไม่ได้แตกต่างกับบาเยิร์นมิวนิคเท่าไหร่นัก มีแต่ในส่วนของแนวรับเท่านั้น ที่ยังทำได้ไม่ค่อยดี ก็เลยทำให้คิดว่า ถ้าหากฤดูกาลหน้า โวล์ฟบวร์ก สามารถปรับแก้ไขแนวรับของทีมให้ดีขึ้นได้ โดยเสียประตูน้อยลง เชื่อว่าโอกาสลุ้นแชมป์ของพวกเขาในฤดูกาลหน้านั้น ก็จะสูงขึ้นแน่นอนนั่นเอง

1 2