ตรวจการบ้าน เอฟเวอร์ตัน ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ตรวจการบ้าน เอฟเวอร์ตัน ทำอะไรไปแล้วบ้าง

เอฟเวอร์ตัน ถือว่าเป็นทีมที่เราใช้คำว่า ตกม้าตายก็ได้ จากทีมที่หลายคนมองว่าเป็นม้ามืด จากการทำทีมของผู้จัดการทีม อันเชลอตติ มาถึงตัวนักเตะในสนามอย่าง ฮาเมส โรดริเกรวซ แต่กลับไม่เป็นแบบนั้นเลย นั่นทำให้ตลาดซื้อขายคราวนี้เอฟเวอร์ตัน ต้องลงตลาดอีกครั้ง พร้อมแก้ไขปัญหาของพวกเค้าให้ดีขึ้นมาดูว่าตอนนี้แก้ไขปัญหาไปถึงไหนบ้าง

ผู้จัดการทีมคนใหม่

การบ้านข้อแรกถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่เลย สำหรับการเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกแล้ว ซีซั่นก่อนพวกเค้าได้อันเช่มา ตอนนี้เสียอันเช่ไปให้มาดริด นั่นทำให้แฟนบอลค่อนคาดหวังว่าจะได้ใครมาแทนที่ด้วยดีกรี ความสามารถที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ปรากฏว่า หลังจากเลือกอยู่นานพวกเค้าก็มาตกลงปลงใจกับ ราฟเอล เบนิเตซ เรื่องนี้กว่าจะเคลียร์กันได้ก็เหนื่อย เพราะว่าแฟนบอลบางส่วนไม่ต้อนรับเค้าเท่าไรจากโปรไฟล์การทำงานที่เคยเป็นกุนซือของลิเวอร์พูลมาก่อน แต่ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไป ราฟา ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในตลาดตอนนี้ ที่เอฟเวอร์ตันจะหาได้

ปล่อยนักเตะออกจากทีม

ตอนนี้ตลาดนักเตะของ เอฟเวอร์ตัน จะเป็นขาออกเกือบทั้งหมดเลย พวกเค้าปล่อยนักเตะที่ไม่ได้อยู่แผนการการทำทีมออกไป ส่วนหนึ่งมาจากการที่ปล่อยยืมไปก่อนหน้านี้ด้วย นักเตะที่ถูกปล่อยออกไปก็จะมี ธีโอ วัลค็อตต์, แม็ทธิว เพนนิงตัน, มูฮาเหม็ด เบซิซ และ ยานนิค โบลาซี

หาคนแทน ฮาเมส

พออันเช่ไป นั่นเท่ากับว่าอนาคตของ ฮาเมส เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ก็ดูจะหมดตามกันไปด้วย ทีนี้การบ้านข้อต่อไปของ เอฟเวอร์ตัน เวอร์ชั่น ราฟา ก็คงเป็นการหาตัวตายตัวแทนของ ฮาเมส จากข่าวที่ออกมา เหมือนกับว่าทางทีมกำลังเตรียมยื่นซื้อคนคุ้นเคยอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่วนตัวมองว่าถ้าจะเอาไปเทียบกับฮาเมส คูตินโญ่ ดูจะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบว่าได้ตัวรุกมาก็ถือว่าตอบโจทย์เหมือนกัน แถมราคาไม่แพงด้วย แต่ต้องได้ แบบเวอร์ชั่นไปเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิคนะ ไม่งั้นไม่คุ้ม

ความสำคัญของเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมเจอแชมป์เก่า

ความสำคัญของเกมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมเจอแชมป์เก่า

เกมพรีเมียร์ลีคนัดคืนวันอาทิตย์ตามเวลาในบ้านเราต้องบอกว่า โฟกัสทุกแสงไฟจะสาดส่องไปที่เกมคู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องบอกว่าเกมนี้มีความสำคัญมากทั้งทางฟุตบอล และทุกสิ่งทุกอย่าง เกมนี้มีความสำคัญอย่างไร

เจอกับแชมป์เก่า

หากใครยังจำกันได้ เกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจอกับลิเวอร์พูล ในวันที่พวกเค้าเป็นแชมป์ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นอะไรที่โหดร้ายมาก นักเตะซิตี้ที่ยืนตั้งแถวปรบมือให้เป็นเกียรติให้กับแชมป์ลีค ได้ทำให้ไหในตัวนักเตะลุกโชนขึ้นมาจนรีดศักยภาพตัวเองแบบที่ฝ่ายลิเวอร์พูลเปิดตำรารับไม่ทัน มาเกมนี้เองก็เช่นกัน ซิตี้เจอกับ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า งานนี้พวกเค้าต้องเล่นอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะของซิตี้เองว่า พวกเค้าเก่ง และดีพอจะเอาชนะแชมป์เก่า จนสามารถเบียดขึ้นไปคว้าแชมป์ได้เหมือนกัน

การทดสอบเกมรับของตัวเอง

ตอนนี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังมั่นใจมาก เค้ากลายเป็นทีมที่น่ารำคาญมาก เนื่องจากเสียบอลยากมาก เสียประตูน้อย และเล่นแบบไม่ยากมาก เจาะทะลุทะลวงไม่ต้องเยอะ ขอเพียงแค่ 1-2 ลูกก็ปิดเกมได้เลย การเล่นแบบนี้เป๊ปแสดงให้เห็นมาตลอดว่า พวกเค้าทำได้ในรูปแบบใหม่แต่ว่าก่อนหน้านี้เค้าเจอบททดสอบไม่ยากมากนัก แต่คราวนี้มันเป็นเกมเจอกับกลุ่มท็อปของตาราง หากเค้าทำได้ดี ต่อจากนี้คงไม่มีใครหยุดเค้าได้แล้วในเวลานี้

ฉีกหนีตารางคะแนน

มองในเรื่องของตารางคะแนนเกมนี้มีความสำคัญต่อ ซิตี้มาก เพราะว่าก่อนลงแข่งเข้าเป็นจ่าฝูง ด้วยแต้มที่มากกว่าอันดับ 2 อยู่ 2 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 2 นัด เท่ากับว่าเกมนี้หากเค้าชนะได้อีกเท่ากับว่าจะฉีกหนีไปเป็น 5 แต้ม บวกกับเกมในมืออีก 1 หากชนะอีก ก็จะทิ้งห่างไป 8 แต้ม ถึงเวลานั้นเราคงต้องพูดว่า “มันจบแล้วครับนาย” คงไม่มีทางที่ใครจะไล่ซิตี้ที่ตามหลัง 8 แต้มทันแน่นอน (ต้องสะดุดแพ้อย่างน้อย 3 เกม) ซึ่งมันยากมาก ดังนั้นหากเค้าต้องการจะคว้าแชมป์นัดนี้ต้องตัดตอนลิเวอร์พูลและทีมอื่นออกไป

สูตรหากินใหม่ของ ไรโอล่า

สูตรหากินใหม่ของ ไรโอล่า

มิโน ไรโอล่า ชื่อนี้ในวงการเอเยนต์ไม่มีใครไม่รู้จักเค้า วีรกรรมแต่ละอย่างของเค้าบอกเลยว่าสุดจริง ในมุมของสโมสรฟุตบอลคงไม่มีใครชอบเค้า แต่มุมของนักเตะใครก็อยากอยู่กับไรโอล่ากันทั้งนั้น อย่างเคสของ ฮาลันด์ ที่ไรโอล่าผลักดันไปอยู่ดอร์ตทมุนด์ได้ในตอนสุดท้าย เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่เพียงแค่นั้นในสัญญาซื้อขายของ ฮาลันด์ ไรโอล่าได้ใส่เงื่อนไข ใส่สูตรใหม่ลงไปที่บอกเลยว่าถ้าสำเร็จ สโมสรเตรียมตัวปวดหัวในอนาคตได้เลย

ค่าฉีกสัญญาแบบไม่แพง
เงื่อนไขที่เราพูดถึงนั่นก็คือ ค่าฉีกสัญญาหมายถึงหากมีสโมสรไหนยื่นซื้อในค่าตัวที่กำหนดไว้ตามค่าฉีกสัญญา นักเตะสามารถย้ายได้ หรือ นักเตะจะเหมาจ่ายค่าฉีกสัญญานั้นได้เลย โดยปกติสโมสรจะใส่ค่าฉีกสัญญาให้แพงไว้ก่อน แต่ไรโอล่ามาแปลกกลับใส่ค่าฉีกสัญญาไม่แพงมากนัก อย่าง เคสของ ฮาลันด์ ฟอร์มแบบนี้ค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 60 ล้านเท่านั้นเอง คิดว่ามันแปลกไหมกับนักเตะระดับนี้กับค่าฉีกเพียงแค่นี้

รอกินค่าเซ็นสัญญา
ถามว่าทำไมถึงค่าฉีกจึงไม่แพง ส่วนหนึ่ง ไรโอล่า อาจจะอ้างว่า นักเตะยังอายุน้อยเกินไปไม่ควรมีค่าฉีกมากขนาดนั้น แต่เอาจริงไม่ใช่เลย ค่าฉีกสัญญาที่น้อยแบบนี้ เท่ากับว่า ไรโอล่า ส่งสัญญาณบอกว่า นักเตะอย่างฮาลันด์พร้อมจะย้ายทีมอีกครั้งเมื่อใกล้หมดสัญญา พอค่าฉีกสัญญาน้อย ไรโอล่า ก็จะได้เงินตรงอื่นแทนหากมีการย้ายเกิดขึ้นนั่นคือ ค่ากินเปล่าจากการเซ็นสัญญา ลองนึกภาพ ฮาลันด์ ในอีก 4 ปีข้างหน้า มีค่าตัวประมาณ 100 ล้าน แต่ค่าฉีกอยู่ที่ 60 ล้าน เท่านั้น เท่ากับว่าส่วนต่างอีก 40 ล้านเลยทีเดียว แล้วส่วนต่างนี้จะไปไหน ไรโอล่า รับเต็ม

ทีมใหญ่รอฉกตัวไปอีกรอบ
แม้จะบอกว่าเด็กยังอายุน้อยเกินไป อาจจะมีความเสี่ยง แต่ค่าฉีกสัญญาที่ไม่แพงมากแบบนี้ เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้ทีมใหญ่อื่นของยุโรปเข้ามาทาบทามได้เลย ราคา 60 ล้าน กับนักเตะระดับนี้ สโมสรใหญ่ทั่วยุโรปพร้อมจ่ายแน่นอน แล้วนักเตะก็ย้ายได้ด้วย สบายกันไป ถือว่านี้เป็นสูตรหากินใหม่ของไรโอล่า ที่เอเย่นต์คนอื่นทำตามกันแน่นอน

เช็คชุดสเปอร์ส ก่อนลงสนามจริง

เช็คชุดสเปอร์ส ก่อนลงสนามจริง

แม้ว่าซีซั่นที่แล้ว จะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ปั่นป่วนพอสมควรทีเดียวสำหรับ สเปอร์ส ไหนจะยังมีการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมาเป็น น้ามูอีก อย่างไรก็ตามการได้จบตามที่ต้องการก็ถือว่าพอเป็นรางวัลปลอบใจได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามทุกอย่างผ่านไปหมด ซีซั่นใหม่กำลังจะเริ่ม ก่อนจะไปว่ากันในสนาม เรามาดูกันก่อนว่า สเปอร์ส ซีซั่นนี้เค้าใส่ชุดแบบไหนบ้าง
ชุดเหย้า
เราไปดูชุดเหย้ากันก่อน เดิมทีชอบของสเปอร์สเป็นทุนเดิม เนื่องจากเป็นคนชอบสีขาว แต่รอบนี้ เสื้อสีขาวไม่ได้ขาวอย่างเดียว มีการใส่ลายกราฟฟิคลงไปในเนื้อผ้าด้วย มีสปอนเซอร์ตรงกลางหน้าอก แล้วมี ตราสโมสรด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นแบรนด์ไนกี้ ตรงคอออกแบบมาเป็นคอวี จัมพ์คอด้วยแถบสีน้ำเงินตัดกับสีเหลือง ตรงไหล่จะมีการตัดด้วยสีน้ำเงิน แล้วไล่มาเป็นสีขาวล้วน(ไม่มีลาย)จนสุดแขน ด้านหลังปล่อยเป็นสีขาวลายกราฟฟิคโล่ง  มาคู่กับกางเกงสีน้ำเงินเข้ม มีตราสโมสรและ แบรนด์ไนกี้ ส่วนถุงเท้าจะเป็นสีขาว คาดด้วยแถบเล็กสีเหลือง กับคำว่า สเปอร์ส ตรงน่อง
ชุดเยือน
สำหรับชุดเยือนใครชอบสีเขียว บอกเลยว่ารีบจัดด่วน เสื้อตัวนี้มาในธีมสีเขียวเข้ม สปอนเซอร์ก็เป็นตัวสีเขียวอ่อน อีกหนึ่งจุดที่ชอบเป็น ตราบนหน้าอกจะเป็นสีเขียวอ่อน แล้วตัดด้วยขอบดำให้นูนขึ้นเล็กน้อย ทำให้ตรามันเด่นสวยมาก อีกด้านหนึ่งเป็นตราไนกี้ ส่วนคอเป็นจัมพ์คอกลมสีดำตัดกับขาวแต่หลังคอจะเป็นยางสีชมพูเข้ม แขนทางสองข้างไม่มีลวดลายอะไรเลย ปล่อยไปตามธรรมชาติ กางเกงสีดำแล้วใช้โลโก้สีเดียวกับเสื้อ ตัดด้านข้างด้วยเส้นสีชมพูเข้มทำให้กางเกงดูมีมิติมากขึ้น ถุงเท้าสีเดียวกับเสื้อ แล้วมีคาดเส้นเล็กสีชมพู มีตราไนกี้ตรงหน้าแข้ง
ชุดที่สาม
ชุดสามมาในธีมสีเหลือง อันนี้หลายคนพอเห็นภาพอาจจะบอกว่ายี้ แต่ว่าถ้าดูรายละเอียดจริง เป็นสีเหลืองที่ต้องใช้คำว่าสวยดีทีเดียว ว่ากันที่สีเหลืองจะเป็นเหลืองไล่ระดับจากอ่อนไปถึงเหลืองเข้ม มีตราสโมสรตัดขอบนูนเข้มตรงกลางหน้าอก คอกลมตัดด้วยขอบสีน้ำเงินเข้ม กางเกงเหลืองล้วน ถุงเท้าเหลืองล้วน ใครชอบสีเหลืองต้องจัด

เช็คเลยนักเตะคนไหนมีราคาแพงสุดในตลาดตอนนี้

นักเตะราคาแพง
การเข้ามาของโควิท 19 ทำให้โลกฟุตบอลเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ ค่าตัวของนักเตะที่ตอนนี้มีแววว่าจะลดลงไปกว่าเดิม ถามว่าลดลงไปแค่ไหนก็น่าจะเป็นตอนก่อนที่ดีลสะท้านโลกอย่างเนย์มาร์ไป ปารีส เกิดขึ้น น่าจะกลับไปตอนนั้น อย่างไรก็ตามได้มีสื่อทำการจัดอันดับว่าแม้จะโดนโควิท 19 ทำให้ค่าตัวลดลงไปแต่นักเตะคนไหนบ้างที่ยังมีราคาแพงที่สุดในโลกตอนนี้
คิลิยัน เอ็มบัปเป้
คนแรกที่เชื่อกันว่าแพงสุดจากการจัดอันดับในคราวนี้ก็คือ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ โกลเด้นคิดส์จากประเทศฝรั่งเศส สโมสรปารีส ที่ส่วนตัวมองว่าไม่ผิดจากที่คิดไว้เท่าไร ราคาตอนนี้อยู่ที่ 259.2 ล้านยูโร (ก็สมควรอยู่จากโปรไฟล์) หากเค้าได้แชมป์ UCL กับ ปารีสอีกนี้ถือว่าเป็นเด็กที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งเลย นั่นทำให้ค่าตัวคงพุ่งไปมากกว่า 300 ล้านยูโร
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
คนนี้บอกตามตรงว่าไม่ค่อยเชื่อเท่าไร แต่ในเมื่อลิสต์มาแบบนี้ก็ต้องตามไป ราฮีม จากสังกัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตอนนี้มีคาตัวอยู่ที่ 194.7 ล้านยูโร ถือว่าแพงมาก ส่วนตัวมองว่ามากเกินไปหน่อยแต่ระดับ 100 ล้านยูโร ก็ถือว่าได้อยู่เหมือนกัน เค้าเป็นกำลังหลักให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่ย้ายมาเลยก็ว่าได้
เจดอน ซานโช่
คนต่อไปก็เป็นอีกหนึ่งดีลที่มาแน่นอน แต่จะราคานี้ไหมเท่านั้นเอง ซานโช่ ในสีเสื้อดอร์ทมุนด์ตอนนี้คาดว่าน่าจะมีค่าตัวอยู่ที่ 179 ล้านยูโรไปแล้ว ราคานี้บอกเลยว่าแพงมากแต่ถ้าเทียบกับอายุการใช้งานที่ยังเหลืออีกเยอะถ้ากล้าจ่ายก็กล้าซื้อไปเลยในราคานี้ ทีมจากอังกฤษจะกล้าซื้อแค่ไหน
สำหรับ 3 นักเตะค่าตัวแพงระดับโลกที่เราคัดมา เชื่อว่าดีลของ เอ็มบัปเป้ กับ ซานโช่ มาแน่นอนแต่ราคาคงไม่เท่าที่คาดการณ์ไว้แต่ก็คงน้อยลงกว่านี้ไม่เกิน 20% อยู่ที่การเจรจาว่าจะจ่ายเท่าไร

ใครคือคู่แข่งต่อกรที่แข็งแกร่งที่สุดตามความคิดของเซสฟาเบรกาส

เซสฟาเบรกาส
เซสฟาเบรกาส

เซสฟาเบรกาส

ใครคือคู่แข่งต่อกรที่แข็งแกร่งที่สุดตามความคิดของเซสฟาเบรกาส “ผมคิดว่า รอย คีน ก็คงเป็น พอล สโคลส์ เพราะว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงมาก ดังนั้นเมื่อคุณเผชิญหน้ากับพวกเขาจำเป็ฯอย่างยิ่งที่จะต้องเล่นด้วยความระมัดระวัง และมีสมาธิอย่างมาก ผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักเตะที่สุดยอดเอามากๆ

คุณคิดว่าใครคือนักเตะที่สุดยอดที่สุดในทีมอาร์เซน่อล “ผมคิดว่าทุกคนเป็นนักเตะที่มีความพิเศษทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้เลือกสำหรับผมคงเป็น ปาทริค วิเอร่า เพราะว่าเขาเป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งเดียวกับผม และผมมองว่าเขาคือสุดยอดในตำแหน่งนี้ ส่วน อองรี ก็เป็นสุดยอดของโลกคนหนึ่งเหมือนกัน”

“สำหรับผมคงเป็นโรนัลดินโญ่แต่บางทีก็เลือกยากนะระหว่าง โรนัลดินโญ่ กับ อองรี เพราะว่าแทบจะแยกไม่ออกในเวลาที่พวกเขาอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม ” ผมคิดว่าพวกเขามีอะไรหลายๆอย่างคล้ายๆกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในเรื่องของความทุ่มเทให้กับทีม ดังนั้นพวกเขาน่าจะเก่งพอๆกัน

คุณมักจะพูดอยู่เสมอว่า คุณยึดเอา เปป กวาร์ดิโอล่า เป็นแบบฉบับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นทั้งๆที่บาร์เซโลน่าก็มีนักเตะชั้นยอดอยู่มากมาย อันดับแรกก็คือ เขาเริ่มเล่นให้กับบาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุ 17 และเขาก็คว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ในปีที่สุดยอดของเขา ส่วนที่ผมชอบเขาก็เพราะว่า เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่อายุยังน้อย และผมก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับบาร์เซโลน่า เพราะว่าอยากจะเดินตามรอยเท้าของเขา ผมคิดว่าตัวเองสามารถที่จะเรียนรู้จากการเล่นของเขาได้ ซึ่งผมโชคดีมาก ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเขาและได้ร่วมเล่นกับเขา เขาให้คำแนะนำอย่างมากมายกับผม ซึ่งผมเชื่อว่าเขาคือคนที่นักเตะรุ่นหลังๆ เหมาะที่จะเอาเป็ฯแบบอย่าง

คุณเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเท่าไหร่ คงจะเป็นตอนอายุ 4 ขวบ โดยวันเกิด ผมได้ของขวัญมากมายและหนึ่งในนั้นคือ รองเท้าฟุตบอล และหนึ่งในนั้นคือ รองเท้าฟุตบอล ผมยิงประตูได้ด้วยในการแข่งขันครั้งนั้น ซึ่งทำให้พ่อของผมภูมิใจมาก ผมบอกกับพ่อว่าเป็นเพราะรองเท้าที่พ่อซื้อให้ ทำให้ผมเล่นได้ดีเรียกว่าผมโชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่การลงแข่งครั้งแรกในชีวิตแล้ว”

โกรัน กาฟรานซิช ยอดนักบอลที่ฮึดสู้จนกลายเป็นนักเตะในความทรงจำอีกคน

            แต่แม้ว่า โกรัน กาฟรานซิช จะใช้เวลาหนึ่งถึงห้าปีในโรงเรียนลูกหนังของสโมสรเจ้าของแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ เขากลับไม่เคยได้รับโอกาสเลย แถมตอนอายุ 17 ขวบ ทางสโมสรยังบอกกับเขาว่า เขาไม่มีอนาคตกับทีมอีก

ทำเอากองหลังวัยรุ่น ถึงต้องออกอาการท้อแท้ กระทั่งบอกลาการเล่นฟุตบอลที่ตัวเองรักไปนานถึงสามเดือน

อย่างไรก็ตาม กาฟรานซิชก็ฮึดอีกครั้ง และย้ายข้ามฟากของเมืองไปเล่นให้กับสโมสร คูคาริชกี้ ก่อนค่อยๆสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นทีละเล็กทีละน้อย

ในฤดูกาล 2000-01 กาฟรานซิช สามารถงัดฟอร์มสุดยอดออกมาได้ จน เรด สตาร์ เบลเกรด พยายามที่จะหวนกลับมาเซ็นสัญญากับเขาอีกครั้ง

ทว่า กาฟรานซิช เลือกที่จะหักอกสโมสรที่เคยทำให้เขาอกหัก ด้วยการย้ายออกนอกประเทศ ไปเล่นกับ ดินาโม คัยฟ ในยูเครน เมื่อเดือนมกราคม ปี 2001 แทน

การย้ายตัวครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นการย้ายตัวที่ยอดเยี่ยม สำหรับ กาฟรานซิช

เขาเดินทางมาถึงสโมสรที่ดังที่สุดของประเทศยูเครน โยที่ไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนเลย แต่เพียงปีเดียว กาฟรานซิช ก็กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ ดินาโม เคียฟ ไม่สามารถขาดได้

กาฟรานซิชคว้าแชมป์ลีกของประเทศยูเครนกับ ดินาโม เคียฟ ถึงสามสมัย รวมทั้งได้มีประสบการณ์ในการเล่นบนเวที ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก จนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทำเนียบทีมชาติ เซอร์เบียและมอนเตเนโก ได้อย่างสง่าผ่าเผย

สตาร์วัย 26 ปี เพิ่งจะขยายสัญญากับ ดินาโม เคียฟ ไปหมาดๆ อันจะทำให้เขาอยู่กับสโมสรไปจนกระทั่งปี 2010 เลยทีเดียว

ผมรัก ดินาโม เคียฟ มากเหลือเกิน เขากล่าว หากผมไปจาก ดินาโม เคียฟ ไป ผมจะต้องไปยังสโมสที่ใหญ่กว่า ในลีกที่แข็งแกร่งกว่านี้

ด้วยบุคลิกที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง ทำให้นักวิจารณ์ลูกหนังหลายคนมองว่า กาฟรานซิชมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวขึ้นเป็นกองหลังชั้นนำของทวีปยุโรปได้ ขณะที่ตัวเขาเอง ยังสามารถที่จะดันขึ้นไปเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับได้ด้วย

จุดเด่นของ กาฟรานซิช คือความรวดเร็ว พละกำลังที่เต็มเปี่ยม ทักษะการจับบอลที่นิ่มนวล แข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศรวมไปถึงฟรีคิกอันแม่นยำ

ทุกวันนี้แฟนบอล ดินาโม เคียฟ ไม่มีใครที่จะกล้าตั้งคำถามถึงความสามารถของนักเตะผู้นี้อีกแล้ว

สำหรับแม็คมานามานคงไม่มีอะไรน่าภูมิใจมากไปกว่าการได้แชมป์มาครองอีกแล้ว

แม็คมานามาน
แม็คมานามาน

แม็คมานามาน

อาชีพนักฟุตบอลเป็นงานที่มีรายได้มหาศาล และคงไม่มีอะไรน่าภูมิใจมากไปกว่าการได้แชมป์มาครองอีกแล้ว เพราะมันคือสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณแตกต่างจากนักเตะทั่วไปที่สามารถหาเงินได้ 6-7 ล้านปอนด์ตลอดชีวิตการเล่น บางทีพวกเขาอาจจะมีเสื้อที่แลกจากนักเตะดังๆ ติดอยู่เต็มกำแพงบ้าน แต่มันสำคัญที่ว่าอีกฝ่ายต้องการแลกด้วย หรือเพียงเพราะทนถูกเซ้าซี้ไม่ไหวเท่านั้น

ทุกวันนี้ แม็คมานามานมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว บางทีผมอาจจะไม่มีโอกาสลงเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกแล้วก็เป็นได้ เพราะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ที่ผ่านมา ผมได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูล หนึ่งในสโมสรที่ประสบผลสำเร็จสูงสุด และหลังจากนั้นผมก็ลงเล่นให้ รีล มาดริด ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป มันคงไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้วเมื่อมองย้อนกลับไป

แต่ถึงอย่างไร สโมสรที่อยู่ในใจของ แม็คมานามาน มาตลอดเวลากลับไม่ใช่ซิตี้ ,รีล มาดริด หรือแม้แต่ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง ลิเวอร์พูลแต่อย่างไร กลับเป็น เอฟเวอร์ตัน ทีมที่เขาติดตามเชียร์มาตั้งแต่ยังเล็กแทน

หากผมมีลูกชาย ก็คงจะสอนให้เขาโตขึ้นมาในฐานะ เอฟเวอร์ตัน โตเนียน เพราะพวกเขาคือทีมที่ผมเชียร์มาตลอดเมื่อยังเป็นเด็ก

แฟนบอล ลิเวอร์พูลได้ยินแล้วคงจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ผมอาจจะอยากเอาชนะพวกที่เขาให้ได้ทุกครั้งที่ลงเล่นในดาร์บี้แมตช์ แต่ถึงอย่างไร ผมก็ยังเป็นแฟนบอลของพวกเขาอยู่ดี

โวล์ฟบวร์ก หากฤดูกาลหน้าพวกทำให้ทีมเสียประตูน้อยลงได้ บางทีโอกาสลุ้นแชมป์อาจมีโอกาสสูงขึ้น

หากพูดถึงหนึ่งในทีมที่ถือว่าทำผลงานในฤดูกาลนี้ได้อย่างน่าสนใจ และยังถือว่าเป็นทีมที่ทำผลงานได้ค่อนข้างเกินความคาดหมายพอสมควรทีมนึงในฤดูกาลนี้นั้น เชื่อว่า คงไม่อาจจะปฏิเสธกันได้แน่นอนหากบอกว่า หนึ่งในนั้นก็คือทีมโวล์ฟบวร์ก อีกหนึ่งทีมแกร่งจากลีกบุนเดสลีกาเยอรมันนั่นเอง เพราะจะเห็นได้ว่า สำหรับฤดูกาลนี้นั้น โวล์ฟบวร์ก ค่อนข้างทำผลงานออกมาได้อย่างดีเกินความคาดหมายจริงๆ เพราะว่าฤดูกาลนี้ พวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในโซนหัวตารางได้อีกครั้ง แถมกำลังจะจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์อีกด้วย

แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องบอกว่า แม้ฤดูกาลนี้โดยรวมนั้น โวล์ฟบวร์ก จะทำผลงานในลีกได้ค่อนข้างดีพอสมควรก็ตาม แต่ทว่าถ้าหากพูดถึงโอกาสลุ้นแชมป์ในลีกนั้น ก็ต้องบอกว่า พวกเขาก็ยังทำได้ไม่ถึงกับดีมากนัก เพราะแม้ฤดูกาลนี้โวล์ฟบวร์ก กำลังจะจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ของลีกได้ก็ตาม แต่ทว่าหากพูดถึงโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้แล้ว โวล์ฟบวร์ก ก็ยังทำผลงานตามหลังทีมแชมป์อย่างบาเยิร์น มิวนิคพอสมควรเลย เพราะจะเห็นได้ว่า แม้จะสามารถคว้าอันดับที่สองของตารางคะแนนได้ แต่พวกเขาก็โดนจ่าฝูงอย่างบาเยิร์นมิวนิคนั้น ทิ้งคะแนนห่างไปพอสมควรเลย ซึ่งเห็นแล้วก็น่าเสียดายเหมือนกัน ที่ฤดูกาลนี้พวกเขาทำผลงานบนเส้นทางลุ้นแชมป์ได้ไม่ถึงกับดีมากนัก แต่ก็ยังคิดว่าพวกเขาก็ยังมีโอกาสที่ไปถึงแชมป์ได้อยู่เหมือนกันสำหรับฤดูกาลหน้า หากว่าฤดูกาลหน้านั้นพวกเขายังคงโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนเดิม และถ้าหากพวกเขาสามารถทำให้ทีมเสียประตูน้อยลงได้ด้วย

สำหรับเหตุผลว่าทำไมนั้น นั่นก็เพราะว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้โวล์ฟบวร์ก ในฤดูกาลนี้ทำผลงานบนเส้นทางลุ้นแชมป์ยังเป็นรองบาเยิร์นมิวนิคนั้น นั่นก็คือ แนวรับของทีมยังเป็นรองบาเยิร์นมิวนิคนั่นเอง นั่นก็เพราะจะเห็นได้ว่า ถ้าหากดูสถิติตัวเลขในตารางคะแนนที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า สิ่งที่โวล์ฟบวร์กยังเป็นรองบาเยิร์นมิวนิคก็คือแนวรับของทีม เพราะโวล์ฟบวร์ก นั้นเสียประตูมากกว่าบาเยิร์นมิวนิค ก็เลยทำให้โอกาสที่พวกเขาจะคว้าสามแต้มสำคัญนั้น เลยลดลงไปด้วย แต่ทว่าสำหรับในส่วนของแนวรุกนั้น ต้องบอกว่า โวล์ฟบวร์ก กลับทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว เพราะจำนวนประตูที่ทีมทำได้นั้น แทบไม่ได้แตกต่างกับบาเยิร์นมิวนิคเท่าไหร่นัก มีแต่ในส่วนของแนวรับเท่านั้น ที่ยังทำได้ไม่ค่อยดี ก็เลยทำให้คิดว่า ถ้าหากฤดูกาลหน้า โวล์ฟบวร์ก สามารถปรับแก้ไขแนวรับของทีมให้ดีขึ้นได้ โดยเสียประตูน้อยลง เชื่อว่าโอกาสลุ้นแชมป์ของพวกเขาในฤดูกาลหน้านั้น ก็จะสูงขึ้นแน่นอนนั่นเอง

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กับการคิดจะย้ายออกจากลิเวอร์พูล อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด!

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

หากพูดถึงหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวกับทีมลิเวอร์พูล ที่หลายๆคนให้ความสนใจในตอนนี้นั้น แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นประเด็นของเจ้า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แน่นอน นั่นก็เพราะว่าดูเหมือนเจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง นั้นจะไม่ยอมต่อสัญญากับทางสโมสรลิเวอร์พูลออกไป แถมยังมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยว่า เขาต้องการที่จะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้อีกด้วย ก็เลยทำให้กระแสข่าวของเจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในตอนนี้นั้น เลยกลายเป็นหนึ่งในกระแสข่าวที่หลายๆคนให้ความสนใจไม่น้อยเลทีเดียว ดังนั้นสำหรับในบทความนี้นั้นเลยขอตามกระแส จะขอพูดถึงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวนี้กันหน่อยนั่นเอง

ถึงตรงนี้ต้องบอกว่า สำหรับโดยส่วนตัวแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สุดท้ายแล้วเจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง นั้นจะย้ายออกจากสโมสรลิเวอร์พูลหลังจบฤดูกาลนี้หรือไม่ ถึงแม้ว่าถ้าดูจากกระแสข่าวที่ออกมาตลอดช่วงทีผ่านมานั้น จะมีโอกาสเป็นไปได้สูงก็ตามที่เจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง จะย้ายออกจากลิเวอร์พูลไป แต่ก็ต้องรอดูกันอีกทีหลังจบฤดูกาลนี้ แต่ทว่าสำหรับสิ่งที่น่าจะพูดได้แน่นอนเลยนั้น นั่นก็คือ หากเจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง เลือกที่จะย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปจริงๆนั้น บอกได้เลยว่าอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดสำหรับเขา

สำหรับเหตุผลว่าทำไมนั้น นั่นก็เพราะคิดว่า บางทีสโมสรใหม่ที่เจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง ไปอยู่ด้วยนั้น เขาอาจจะไม่รับโอกาสในการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอกับลิเวอร์พูลก็เป็นได้นั่นเอง นั่นก็เพราะเมื่อดูจากกระแสข่าวที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนเจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง ต้องการอยากที่จะย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่ขึ้น หรือว่าสโมสรที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ในรายการต่างๆสูง ซึ่งนั่นก็หมายความว่า การแข่งขันแย่งตำแหน่งในทีมนั้น ก็จะค่อนข้างสูงด้วย เพราะทีมใหญ่ๆนั้น ล้วนแต่มีนักเตะฝีเท้าดีๆหลายตัวเลือกเลย ซึ่งมีโอกาสที่เจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่ง นั้นไม่ได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องก็เป็นได้ เพราะจริงๆแล้ว เจ้าราฮีม สเตอร์ลิ่งเองนั้น จากผลงานที่ผ่านมา ยังถือว่าเขายังโชว์ฟอร์มได้ยังไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่นัก ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา ซึ่งอาจจะทำให้เขาได้ลงแค่บางเกมกับทีมใหม่ก็เป็นได้ แต่ถ้าฤดูกาลหน้าเขาเลือกที่จะอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไป เชื่อว่ายังไงโอกาสที่เขาจะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องนั้น จะมีมากกว่าแน่นอน เพราะยังไงที่ผ่านมา เขาก็คือตัวหลักของทีมมาโดยตลอด นั่นเอง.

1 2 3 4